Transmission Line คืออะไร สำคัญอย่างไรระบบส่งไฟฟ้าแรงสูง

30 กันยายน 2026

Share :

สรุปความสำคัญของ Transmission Line ในระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูง

 

เคยสงสัยไหมว่าพลังงานไฟฟ้าที่เราใช้งานในภาคอุตสาหกรรมและครัวเรือน เดินทางผ่านระยะทางหลายร้อยกิโลเมตรโดยสูญเสียพลังงานน้อยที่สุดได้อย่างไร? คำตอบอยู่ที่ Transmission Line สายส่งไฟฟ้าแรงสูง

 

Transmission Line คือ ระบบและสื่อกลางที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อและนำส่งพลังงานไฟฟ้าปริมาณมหาศาลจากแหล่งกำเนิดหรือโรงไฟฟ้า ไปยังศูนย์กลางโหลดและระบบจำหน่ายที่กระจายอยู่ตามภูมิภาคต่าง ๆ ซึ่งมักมีระยะทางไกลหลายร้อยกิโลเมตร เป็นโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ทำหน้าที่ลำเลียงพลังงานไฟฟ้ามหาศาลจากแหล่งผลิตไฟฟ้า ตั้งแต่สายส่งแรงดันสูง ส่งตรงไปยังสถานีไฟฟ้า (Substation) ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อระบบ (Interconnection Point) จนถึงระดับแรงดันต่ำ ก่อนกระจายเข้าสู่ระบบสายจำหน่าย 

 

ในประเทศไทย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รับผิดชอบหลักในการส่งจ่ายด้วยระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูงที่ระดับแรงดันมาตรฐาน ได้แก่ 69kV, 115kV, 230kV และ 500kV โดยระดับแรงดันสูงสุดที่ใช้อยู่ในปัจจุบันคือ 500kV (เช่น สายส่งจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะมายังกรุงเทพฯ)

 

แนวโครงสร้าง Transmission Line ระบบส่งไฟฟ้าแรงสูงที่ลากผ่านพื้นที่ธรรมชาติ

 

การแบ่งระดับแรงดันไฟฟ้า (Voltage Levels)

ไฟฟ้าแรงสูงแบ่งออกเป็นหลายระดับ โดยระดับแรงดันที่ใช้ในระบบไฟฟ้าตามมาตรฐาน มาตรฐาน IEC และมาตรฐาน ANSI แบ่งออกเป็นช่วงต่างๆ ได้แก่ 

  • แรงดันต่ำ (Low Voltage: LV): น้อยกว่า 1 kV (เช่น 220/380 V)
  • แรงดันปานกลาง (Medium Voltage: MV): น้อยกว่า 69 kV (เช่น 11, 12, 22, 24, 33 kV)
  • แรงดันสูง (High Voltage: HV): น้อยกว่า 245 kV (เช่น 69, 115, 230 kV)
  • แรงดันสูงพิเศษ (Extra High Voltage: EHV): น้อยกว่า 765 kV (เช่น 345, 500 kV)
  • แรงดันสูงยิ่งยวด (Ultra High Voltage: UHV): ตั้งแต่ 765 kV ขึ้นไป

 

รูปแบบวงจรสายส่ง (Transmission Line Circuits) มีกี่แบบ?

การจัดวางวงจรสายส่งทำได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับข้อจำกัดพื้นที่และปริมาณการส่งจ่ายพลังงาน เช่น

  • วงจรเดียว ตัวนำเดียว (Single circuit, Single conductor):
    เหมาะสำหรับระบบส่งจ่ายหรือจำหน่ายที่แรงดันไม่สูงมาก หรือพื้นที่ที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าไม่หนาแน่น
  • วงจรเดียว หลายตัวนำ/สายควบ (Single circuit, N-bundle):
    นิยมใช้ในระบบแรงดันสูงถึงแรงดันสูงพิเศษ (เช่น 230 kV และ 500 kV) เพื่อลดความเครียดสนามไฟฟ้า (Electric Field Stress) บนผิวตัวนำ และช่วยป้องกันหรือลดการเกิดปรากฏการณ์โคโรนา (Corona Effect)
  • วงจรคู่ ตัวนำเดียว (Double circuit, Single conductor):
    เพิ่มความน่าเชื่อถือของระบบอย่างมาก หากวงจรหนึ่งเกิดความชำรุดหรือต้องปลดออกเพื่อซ่อมบำรุง อีกวงจรหนึ่งยังคงส่งจ่ายกำลังไฟฟ้าได้ต่อเนื่อง
  • วงจรคู่ หลายตัวนำ (Double circuit, N-bundle):
    เป็นรูปแบบที่นิยมใช้อย่างแพร่หลายสำหรับสายส่งแรงสูงระดับ 230 kV ถึง 500 kV ในบริเวณที่ต้องการส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าปริมาณมหาศาลผ่านเขตเดินสายที่มีพื้นที่จำกัด
  • วงจรขนาน (Parallel circuit):
    การเดินสายส่งตั้งแต่ 2 วงจรขึ้นไปขนานกันไปตามแนวเส้นทาง เพื่อเพิ่มความสามารถในการส่งจ่ายกำลังไฟฟ้าและเสริมความเสถียรของระบบ

Transmission Line จึงไม่ใช่เพียงแค่สายไฟฟ้า แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่มีความซับซ้อนและต้องอาศัยความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมขั้นสูง การออกแบบ ติดตั้ง และบำรุงรักษาระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูงอย่างมีมาตรฐาน คือหัวใจสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ

 

การส่งจ่ายไฟฟ้าแรงสูงระยะไกลผ่าน Transmission Line ในพื้นที่ชนบท

 

ยกระดับความมั่นคงระบบไฟฟ้าด้วยความเชี่ยวชาญกว่า 35 ปี

CHC Engineering ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมระบบสายส่งและสายจำหน่ายไฟฟ้าแรงสูง 115 kV, 230 kV และ 500 kV มุ่งมั่นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าด้วยมาตรฐานวิศวกรรมระดับสากล เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

 

📞 Tel: 02-248-8130 | 02-248-8131 | 02-248-8132
✉️ Email: bidding@chcengineering.com
🌐 Website: https://chcengineering.com/
🔵 Facebook: CHC Engineering

Share :

Blogs

The story behind our brand

Transmission Line คืออะไร สำคัญอย่างไรระบบส่งไฟฟ้าแรงสูง

30

กันยายน
2026

ถอดรหัสสายเคเบิล OPGW ทำไมขาดไม่ได้ในยุค Smart Grid

15

กันยายน
2026

ชวนรู้จัก ACSR, AAAC, OPGW หัวใจสำคัญในระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูง

26

สิงหาคม
2026