เคยสงสัยไหมว่าพลังงานไฟฟ้าที่เราใช้งานในภาคอุตสาหกรรมและครัวเรือน เดินทางผ่านระยะทางหลายร้อยกิโลเมตรโดยสูญเสียพลังงานน้อยที่สุดได้อย่างไร? คำตอบอยู่ที่ Transmission Line สายส่งไฟฟ้าแรงสูง
Transmission Line คือ ระบบและสื่อกลางที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อและนำส่งพลังงานไฟฟ้าปริมาณมหาศาลจากแหล่งกำเนิดหรือโรงไฟฟ้า ไปยังศูนย์กลางโหลดและระบบจำหน่ายที่กระจายอยู่ตามภูมิภาคต่าง ๆ ซึ่งมักมีระยะทางไกลหลายร้อยกิโลเมตร เป็นโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ทำหน้าที่ลำเลียงพลังงานไฟฟ้ามหาศาลจากแหล่งผลิตไฟฟ้า ตั้งแต่สายส่งแรงดันสูง ส่งตรงไปยังสถานีไฟฟ้า (Substation) ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อระบบ (Interconnection Point) จนถึงระดับแรงดันต่ำ ก่อนกระจายเข้าสู่ระบบสายจำหน่าย
ในประเทศไทย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รับผิดชอบหลักในการส่งจ่ายด้วยระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูงที่ระดับแรงดันมาตรฐาน ได้แก่ 69kV, 115kV, 230kV และ 500kV โดยระดับแรงดันสูงสุดที่ใช้อยู่ในปัจจุบันคือ 500kV (เช่น สายส่งจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะมายังกรุงเทพฯ)
การแบ่งระดับแรงดันไฟฟ้า (Voltage Levels)
ไฟฟ้าแรงสูงแบ่งออกเป็นหลายระดับ โดยระดับแรงดันที่ใช้ในระบบไฟฟ้าตามมาตรฐาน มาตรฐาน IEC และมาตรฐาน ANSI แบ่งออกเป็นช่วงต่างๆ ได้แก่
- แรงดันต่ำ (Low Voltage: LV): น้อยกว่า 1 kV (เช่น 220/380 V)
- แรงดันปานกลาง (Medium Voltage: MV): น้อยกว่า 69 kV (เช่น 11, 12, 22, 24, 33 kV)
- แรงดันสูง (High Voltage: HV): น้อยกว่า 245 kV (เช่น 69, 115, 230 kV)
- แรงดันสูงพิเศษ (Extra High Voltage: EHV): น้อยกว่า 765 kV (เช่น 345, 500 kV)
- แรงดันสูงยิ่งยวด (Ultra High Voltage: UHV): ตั้งแต่ 765 kV ขึ้นไป
รูปแบบวงจรสายส่ง (Transmission Line Circuits) มีกี่แบบ?
การจัดวางวงจรสายส่งทำได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับข้อจำกัดพื้นที่และปริมาณการส่งจ่ายพลังงาน เช่น
- วงจรเดียว ตัวนำเดียว (Single circuit, Single conductor):
เหมาะสำหรับระบบส่งจ่ายหรือจำหน่ายที่แรงดันไม่สูงมาก หรือพื้นที่ที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าไม่หนาแน่น - วงจรเดียว หลายตัวนำ/สายควบ (Single circuit, N-bundle):
นิยมใช้ในระบบแรงดันสูงถึงแรงดันสูงพิเศษ (เช่น 230 kV และ 500 kV) เพื่อลดความเครียดสนามไฟฟ้า (Electric Field Stress) บนผิวตัวนำ และช่วยป้องกันหรือลดการเกิดปรากฏการณ์โคโรนา (Corona Effect) - วงจรคู่ ตัวนำเดียว (Double circuit, Single conductor):
เพิ่มความน่าเชื่อถือของระบบอย่างมาก หากวงจรหนึ่งเกิดความชำรุดหรือต้องปลดออกเพื่อซ่อมบำรุง อีกวงจรหนึ่งยังคงส่งจ่ายกำลังไฟฟ้าได้ต่อเนื่อง - วงจรคู่ หลายตัวนำ (Double circuit, N-bundle):
เป็นรูปแบบที่นิยมใช้อย่างแพร่หลายสำหรับสายส่งแรงสูงระดับ 230 kV ถึง 500 kV ในบริเวณที่ต้องการส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าปริมาณมหาศาลผ่านเขตเดินสายที่มีพื้นที่จำกัด - วงจรขนาน (Parallel circuit):
การเดินสายส่งตั้งแต่ 2 วงจรขึ้นไปขนานกันไปตามแนวเส้นทาง เพื่อเพิ่มความสามารถในการส่งจ่ายกำลังไฟฟ้าและเสริมความเสถียรของระบบ
Transmission Line จึงไม่ใช่เพียงแค่สายไฟฟ้า แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่มีความซับซ้อนและต้องอาศัยความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมขั้นสูง การออกแบบ ติดตั้ง และบำรุงรักษาระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูงอย่างมีมาตรฐาน คือหัวใจสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ
ยกระดับความมั่นคงระบบไฟฟ้าด้วยความเชี่ยวชาญกว่า 35 ปี
CHC Engineering ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมระบบสายส่งและสายจำหน่ายไฟฟ้าแรงสูง 115 kV, 230 kV และ 500 kV มุ่งมั่นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าด้วยมาตรฐานวิศวกรรมระดับสากล เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
📞 Tel: 02-248-8130 | 02-248-8131 | 02-248-8132
✉️ Email: bidding@chcengineering.com
🌐 Website: https://chcengineering.com/
🔵 Facebook: CHC Engineering


